[รีวิว] เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ Oxford International ครู British และเพื่อนต่างชาติ

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ คลาสสด กับครู British

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
คลาสสด กับครู British

สถาบัน Oxford International

หลักสูตร General ESL ระยะเวลา 2 สัปดาห์

รีวิวโดย คุณภาวิณี วิทูรกิจวานิช (พี่หลี)

ทีมงานของก้อปันกันมีโอกาสได้สัมภาษณ์พี่หลี “ภาวิณี วิทูรกิจวานิช” ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากการเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ และต่อด้วยการ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ คลาสสด กับครู British ของสถาบัน Oxford International Schools ระยะเวลา 2 สัปดาห์ พี่หลีอยู่ในวัยทำงาน ประกอบอาชีพเป็นพิธีกรอิสระ มีชื่อในอินเตอร์เน็ตว่า ภาวิหลิน (Pavielin)

พี่หลีมีประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติในไทย เคยเดินทางไปเรียนภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น ที่ฟิลิปปินส์ และล่าสุดได้เรียนคอร์สออนไลน์ของเรา ดังนั้นหลังจากที่พี่หลีเรียนจบคอร์สออนไลน์แล้ว เราจึงได้ขอสัมภาษณ์เพื่อนำประสบการณ์ มุมมองและความคิดเห็นของพี่หลีมาให้ทุกคนได้อ่านและศึกษากันครับ

มาเริ่มกันเล้ยย …

วีดีโอรีวิวแบบละเอียดยิบ

บทความรีวิว

ทำไมถึงรู้สึกว่าภาษาอังกฤษมีความจำเป็นในชีวิตของเรา ?

จริงๆ แล้วในประเทศไทย เราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเยอะมาก แต่เดี๋ยวนี้อะไรก็เป็น International ไปหมด ความเป็นสากลเริ่มมีส่วนในชีวิตมากขึ้นๆ ยิ่งสำหรับคนวัยทำงาน การที่เราได้ภาษาอังกฤษมันทำให้หน้าที่การงานก้าวหน้าขึ้น พี่หลีเป็นพิธีกรอิสระ คำว่าอิสระก็คือ ฟรีแลนซ์ (freelance) ซึ่งจริงๆ ภาษาอังกฤษอาจจะไม่สำคัญอะไรกับพี่หลีมาก เพราะเน้นทำพิธีกรภาษาไทยเป็นหลัก

แต่ว่าช่วงปีที่แล้ว มีโอกาสนึงเข้ามา เป็นออแกไนซ์ของต่างประเทศ เขาสนใจจะจ้างพี่หลีไปทำพิธีกรเกี่ยวกับการแข่งขัน Esports ที่ต่างประเทศ โดยที่เราจะต้องพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าไปครั้งนั้นเราจะต้องไปนานมากเป็นเดือน แล้วเราก็ประหลาดใจที่เขามองเห็นศักยภาพในตัวเรา อยากจ้างเราไป แต่มันติดตรงที่ว่าเราไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการทำพิธีกรได้

ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดที่สำคัญเลยว่า ถ้าคนเขาเห็นว่าเรามีความสามารถไปทำงานที่ต่างประเทศได้ แต่เราไม่ได้ภาษา ดังนั้นเราจะต้องเรียนภาษาอังกฤษเพื่อที่จะแก้ปัญหาตรงนี้

เคยเรียนภาษาอังกฤษกับสถาบันสอนภาษาในไทยมาก่อนไหม ?

เคยเรียนกับสถาบันนึงในย่านพญาไท อยู่ประมาณครึ่งปี สิ่งที่ได้มาคือ เราได้ในเรื่องของการฟัง เพราะว่าก่อนหน้านี้เราใช้ชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย จะเห็นแค่คำศัพท์ ใน social media หรือในวิดีโอบ้าง แต่เราก็ไม่ได้จริงจังกับมันมาก พอเริ่มเรียนก็เหมือนเป็นการอุ่นเครื่อง เพราะว่า ครูเป็นชาวอเมริกันหมด สำเนียงก็จะดี แล้วก็การออกเสียง (pronunciation) เราก็จะได้จากตรงนั้นมา มันทำให้เรามีพัฒนาการในเรื่องของการฟังดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ในเรื่องของการพูด เพราะว่ากลุ่มที่เรียนค่อนข้างใหญ่ ในคลาสจะมีนักเรียนประมาณ 25-30 คน ครูเขาก็จะให้ทุกคนมีปฏิสัมพันธ์ แต่กว่าจะวนมาถึงเรา มันจะค่อนข้างนาน มันก็ได้เรื่องฟังนะ แต่ยังไม่ได้เรื่องการพูด แล้วพอออกจากห้องเรียนปุ๊บ ทุกอย่างก็ตัดมาที่ชีวิตจริงของเรา คือใช้ภาษาไทยเหมือนเดิม ก็เลยคิดว่า เราจะทำยังไงให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษเยอะมากขึ้น แล้วยิ่งเราโตแล้ว เลยคิดว่า น่าจะเอาตัวเองไปอยู่ที่ตรงนั้นเพื่อที่จะได้ซึมซับมากขึ้น ก็เลยทำให้เลือกไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ (ก่อนที่จะมาเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ พี่หลีได้ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์กับกับก้อปันกันที่สถาบัน IDEA Cebu มาก่อน )

ทำไมถึงเป็นฟิลิปปินส์ ?

จริงๆดูหลายประเทศมากเลย ดูประเทศที่ไม่ได้แพงมาก สิงคโปร์ มาเลเซีย  ออสเตรเลีย แต่ก่อนหน้านี้ 3 ปีที่แล้ว เคยมีโอกาสไปประเทศฟิลิปปินส์ครั้งนึง แล้วเราก็ขึ้นแท็กซี่ด้วยตัวเอง เดินทางเอง เรารู้สึกว่าคนที่นั่นเขาพูดภาษาอังกฤษดี สำเนียงอเมริกัน เราก็ดูประเทศฟิลิปปินส์ เพราะค่าครองชีพเขาถูกด้วย ก็เลยเลือกประเทศนี้ พอเลือกฟิลิปปินส์แล้ว ต้องเลือกอีกว่าไปสถาบันไหน พอดูรายชื่อสถาบันก็มีเอเจนท์อีก ก็ต้องเลือกเอเจนท์อีก สุดท้ายจากการที่เราดูหลายๆ ที่ที่ดูน่าเชื่อถือ ก็เลยมาเลือก ก้อปันกัน ☺️

เปรียบเทียบการเรียนภาษาอังกฤษกับครู Native Speaker ที่ไทย และครูที่ฟิลิปปินส์หน่อย

มันจะต่างที่ว่าครู Native Speaker ที่เรียนในไทย เขาจะมีอธิบายเป็นภาษาไทยผสมบ้าง แต่เขาจะเน้นภาษาอังกฤษเป็นหลัก สไตล์การสอนเขาคงปรับให้เข้ากับคนไทย เพราะว่าครูฟิลิปปินส์เขาจะสอนสไตล์เขา อธิบายเป็นภาษาอังกฤษ แต่เราเข้าใจง่ายกว่า เพราะว่าเขาเลือกระดับภาษาให้เข้ากับกลุ่มนักเรียนที่เรียนอยู่ ซึ่งมันทำให้เราต้องพยายามมากขึ้น เพราะเรารู้ว่า ครูฟังภาษาไทยไม่ได้ เวลาตอบถ้าเป็นครูที่ไทยเราตอบภาษาไทย หรือไม่ก็ให้เพื่อนช่วย แต่พอไปที่ฟิลิปปินส์ คือ ไม่มีใครช่วย เราต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง คิดเอง ทำทุกอย่างเอง เปิด dict ทางมือถือ หรืออะไรก็แล้วแต่

สุดท้ายพอด้วยเราต้องดิ้นรนแบบนั้น มันเลยจำ แล้วความที่เราต้องเอาตัวรอดเลยทำให้พัฒนาการเร็วขึ้น แล้วเราต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นชาวต่างชาติทั้งวันเลยรู้สึกว่าจะได้ประโยชน์กว่า 

การเรียนถ้าเรียนที่ไทยจะเน้นถามตอบแบบตรงๆ เลย แล้วก็จะไม่ได้มีการใส่เป็นความคิดเห็นของตัวเรามาก แต่ว่าตอนที่ไปฟิลิปปินส์จะมี 2 หลักการ คือ หนึ่งเวลาที่เราจะพูดอะไร หรือตอบอะไร เช่น ให้พูดถึงประเด็น บอกเหตุผล ยกตัวอย่างว่าเพราะอะไร และเราต้องสรุปประเด็นสุดท้าย ทำให้เราไม่รู้จะพูดภาษาอังกฤษยังไง พอมีคำถาม เราต้องคิดแล้วว่าเราจะตอบยังไง แล้วสิ่งที่เราตอบไป มันจะมีข้อมูลออกมาเองที่เราจะต้องอธิบายเพิ่ม ก็กลายเป็นว่า เราพูดได้ ซึ่งหลักการนี้เราได้มาจากที่นั่น เรียนที่เมืองไทยยังไม่เจอว่าโรงเรียนจะเน้นตรงนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับคนที่เรียนแล้วต้องการพัฒนาเรื่องการพูด 

ในการเรียนออนไลน์กับสถาบัน Oxford เหมือนหรือต่างกับสิ่งที่เคยเรียนมาอย่างไรบ้าง ?

มันก็จะต่างตรงสำเนียงที่เห็นชัดๆ ถ้าเราไปเรียนที่ฟิลิปปินส์เราจะได้สำเนียงที่เป็นอเมริกัน แต่เรียนกับสถาบัน Oxford ครูที่สอนจะสำเนียงอังกฤษ ในเรื่องของความสะดวก ถ้าเรียนออนไลน์ก็สะดวกเหมือนกัน เรียนที่ไหนก็ได้ แล้วก็อินเตอร์เน็ตนิ่งๆ แต่ควรจะต้องเป็นห้องเงียบๆ ด้วย เพราะว่า ถ้าสมมติว่าเพื่อนร่วมคลาสเราอยู่ในห้องที่เสียงดังๆ เราที่เรียนในกลุ่มด้วย ก็จะเรียนไม่รู้เรื่อง 

สำหรับเรื่องเวลาเรียน เราเคยทดลองเรียนออนไลน์ของโรงเรียนที่ฟิลิปปินส์ตอนที่ Lockdown อยู่ที่โน่น ถ้าเป็นคลาสกลุ่มจะเรียน 45 นาที แต่ของ Oxford จะเรียน 60 นาที ในความรู้สึกของพี่หลีเอง พี่หลีคิดว่า 60 นาทีกำลังพอดี ไม่น่าเบื่อ พอจบคลาสปุ๊บเราก็มานั่งคิดว่า ทำไมเรียน 60 นาที เรารู้สึกว่าเราได้มีส่วนร่วมเต็มที่มากกว่า เหมือนกับว่าเวลากำลังพอดี ครูที่สอนออนไลน์ของ Oxford International เขาให้เรามีส่วนร่วมในคลาส เขาจะไล่ถามวนทีละคนเลย 

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์กับ Oxford International เรียนอย่างไร?

ใน 1 สัปดาห์ จะมีบทเรียนที่เป็นหัวข้อใหญ่ แตกออกมาเป็นหัวข้อย่อยของแต่ละวัน ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ใน 1 ชั่วโมงจะได้เรียนหัวข้อย่อยของแต่ละวัน ซึ่งเนื้อหาจะค่อนข้างลึกและต่อเนื่อง เช่น สัปดาห์แรกที่พี่หลีเรียนจะเกี่ยวกับเรื่อง Food (อาหาร) ซึ่งเรื่องอาหาร เราอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ของสถาบัน Oxford ครูเขามีความรู้เรื่องวัฒนธรรมของหลายๆ ชาติ เยอะมาก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ว่าต่างจากครูที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งครูเขาไม่ได้มีประสบการณ์กับวัฒนธรรมของชาติอื่นมากนัก ซึ่งครูของ Oxford เขาเป็นฝรั่ง แต่เขารู้วัฒนธรรมของเกาหลี ญี่ปุ่น ไทยด้วย ค่อนข้างครอบคลุม เขาก็ถามเกี่ยวกับอาหารของประเทศอังกฤษ เราไม่รู้ เราก็ได้เรียนรู้ แล้วก็มาเปรียบเทียบหาข้อแตกต่างกับอาหารประเทศอื่นด้วย อเมริกัน ชาติอื่นๆ ต่างกันยังไง

เราจะได้เรื่องของวัฒนธรรมด้วย นอกจากคำศัพท์ ซึ่งคำศัพท์ได้อยู่แล้ว

ในคลาสนอกจากเนื้อหาที่เปลี่ยนไปทุกวัน ซึ่งจะมีทั้งเรื่องของแกรมม่า แกรมม่าที่จำเป็นกับหัวข้อที่เรียน เขาจะมีการสอนที่ไม่ค่อยซ้ำกัน สำหรับโปรแกรมการเรียน Oxford International ใช้โปรเเกรม Zoom ในการสอน ทุกอย่างจะเร็วมากและไม่เสียเวลา ซึ่งจากที่ผ่านมาเราเสียเวลาในการรอเยอะมาก อย่างถามความเห็นว่า คุณเคยมีประสบการณ์อะไรยังไง ถ้าเขามีตัวเลือกมาให้ เราก็สามารถวงลงในหน้าจอได้เลย เราก็จะเห็นเลยว่าเป็นคำตอบใคร แป๊บเดียวก็มาสรุปกันว่ามีอะไรบ้าง

ซึ่งจะรวดเร็วกว่า ประหยัดเวลากว่า ได้ความรู้ เรารู้สึกว่าได้เยอะเลย

เพราะถ้าสมมติว่าเป็นของที่เรียนที่ฟิลิปปินส์เรารู้สึกว่าคาบเรียนกลุ่มอาจจะสั้นเกินไป เมื่อเพื่อนตอบไม่ได้ก็อาจจะต้องรอนานมาก แต่ของที่ Oxford ครูเขาคุมคลาสได้ดี ส่วนในเรื่องที่เรียนรู้เรื่องไม่รู้เรื่อง ถ้านักเรียนไม่เข้าใจครูก็จะพยายามช่วยอธิบาย ถ้านักเรียนตอบไม่ได้ครูก็จะช่วยเหมือนกัน แล้วถ้านักเรียนคนไหนพูดไม่รู้เรื่องเลย ประโยคผิดมาก ครูเขาก็ช่วยเหมือนกัน ครูเขายิ้มแย้มแจ่มใสดีมาก เลยทำให้ไม่รู้สึกเครียด ถ้ามีนักเรียนใหม่มา เขาก็จะให้ทำความรู้จักกัน 

ส่วนอาทิตย์สุดท้ายที่เรียนเขามีการแบ่งกลุ่ม จริงๆ เรียนเป็นกลุ่มอยู่แล้ว เขาก็จับนักเรียนแต่ละประเทศให้ไปทำกิจกรรมกลุ่มย่อยสั้นๆ 5 นาที เพื่อที่เราจะได้พูดคุย (discuss) กับอีกคนนึง เราต้องคุยกับเขา เพื่อที่จะทำกิจกรรม แล้วเอาข้อมูลไปส่งครู ตอนหลังจากจบ 5 นาทีย่อยนั้นแล้ว ทำให้เรารู้สึกว่าครูเขาให้เรามาทดลองใช้ความคิด ทดลองพูด กับเพื่อนต่างชาติ โดยที่ไม่ใช่ให้เรามานั่งฟังครูอย่างเดียว ก็สนุกค่ะ ได้สาระ

การบ้านเยอะไหมในแต่ละวัน ?

ไม่รู้เป็นเพราะพี่หลีทำช้ารึเปล่า ของพี่หลีใช้เวลาทำวันละ 30-45 นาที การบ้านจะอยู่บนเว็บไซต์ (E-Learning Platform 24/7) ซึ่งบนเว็บไซต์จะมีหัวข้อเยอะมากๆ ถ้าเรามี Student ID เราจะสามารถล็อคอินเข้าไปใช้ได้

วีดีโอแนะนำ E-Learning Platform 24/7
Oxford International Online E-learning Platform

ข้อดีก็คือ หลังจากที่จบคอร์สเรายังสามารถใช้เว็บไซต์นี้ได้ต่ออีก 3 เดือน พอเปิดเข้าไปข้างในจะมีหัวข้อเยอะมากๆ แบ่งเป็นหลากหลายเลเวลของระดับภาษาอังกฤษ รวมถึงเรื่องแกรมม่า บทความ แบบฝึกหัด มีเกมส์อยู่ข้างใน ซึ่งเวลาครูให้การบ้านมาใน 1 บทจะมีประมาณ 4 แบบฝึกหัดย่อย ในแบบฝึกหัดย่อยที่ได้มาในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน บางวันก็เน้นอ่าน บางวันเน้นฟัง บางวันก็เน้นจับคู่ หรือว่า บางอันก็ให้แก้ประโยค

เราสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ เพราะว่า บนเว็บ ถ้าสมมติเราทำไปแล้ว มันผิด เราสามารถกดดูเฉลยได้ แต่ครูก็สามารถเช็คได้ เพราะเราเองก็เช็คได้เหมือนกันว่าเราใช้เวลาในการทำแบบฝึกหัดนี้ไปกี่นาที มันจะมีตัวจับเวลา พอเปิดหน้าเว็บขึ้นมาปุ๊บก็จะจับเวลาเลย ใช้เวลาทำกี่นาที แค่เข้าไปดู หรือว่าทำจนเสร็จ ถ้าทำจนเสร็จก็สามารถดูได้ว่า ตอบถูกกี่ข้อ ผิดกี่ข้อ ละเอียดมาก เหมาะสำหรับการทำการบ้านทบทวน ซึ่งเราจะได้ข้อมูลเพิ่มจากทำการบ้านด้วย

เกิดอะไรขึ้นบ้างในคาบเรียน 60 นาที?

เวลาเริ่มคลาส 15 นาทีแรกจะเป็นการทบทวน ถ้าเราทำการบ้านไปเราจะมีความรู้ที่แน่น เพราะว่าบางคนก็ไม่ได้ทำการบ้าน ก็จะตอบไม่ค่อยได้ พอขึ้นบทใหม่ เราก็จะมีความพร้อมในการเรียนบทใหม่ เพราะเราทำความเข้าใจมาดีแล้ว เขาไม่บังคับให้ทำการบ้าน มีวันนึงที่พี่หลีไม่ทำ พอวันต่อไปเรียน เพื่อนตอบคำถามได้ เราตอบไม่ได้ ก็คิดว่าน่าจะมาจากแบบฝึกหัด บางคนทำไปแล้ว ครูเขาก็จะบอกว่าคนนี้ทำไปแล้ว เขาก็จำนักเรียนเขาได้ มีประโยชน์มาก 

ข้อดีจากที่ครูสั่งการบ้านแบบนี้ คือ มันไม่กินเวลาเรียน เวลาเรียนเราก็ได้เรียนเต็มที่ นอกเวลาเรียน 30-45 นาทีต่อวัน ก็เท่ากับว่า ใน 1 วัน เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับภาษาอังกฤษเกือบ 2 ชั่วโมง นอกนั้น เราก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ โดยที่เรายังสามารถเรียนได้ ทำงานได้ ไม่เสียอะไร ซึ่งอันนี้จะเป็นข้อดี ที่แตกต่างจากการที่เราต้องหยุดทุกอย่างในชีวิตเราเพื่อจะต้องไปเรียนที่ต่างประเทศ 

จริงๆ ตอนที่ทบทวนบทเรียน 15 นาทีแรก ครูเขาไม่ได้มานั่งจี้ทีละคนนะ ครูเขาจะมีคำถาม นักเรียนก็จะตอบ ครูจะเป็นคนไกด์ว่านักเรียนจะต้องทำอะไร ซึ่งจะมีกิจกรรมให้นักเรียนทำ ซึ่งจะได้พูดมากกว่า ไม่ใช่แค่ครูคอยจี้ให้ตอบอย่างเดียว ซึ่งถ้าเราเป็นคนขี้อาย หรือไม่กล้าพูด ก็ต้องพูด ก็ต้องทำ เพราะนักเรียนมีแค่ไม่กี่คน ครูเขาก็จะให้คนที่คุ้นเคยในกิจกรรมที่ทำก่อน เพราะตอนที่ไปวันแรกครูเขาก็บอกว่าจะมีทบทวนนะ เป็นคำศัพท์ของวันก่อนหน้า  วันนี้เรายังไม่รู้ไม่เป็นไร แล้วดูว่าเพื่อนเขาทำยังไงกัน ตอนที่ดูก็รู้แล้วว่า ชะตากรรมในวันต่อไปเราต้องเจออะไร !? เขาจะไม่ได้บังคับท่องศัพท์ แต่เขาจะมีเป็นหน้าสไลด์เปล่าๆ มาก่อน เช่น เป็นหัวข้อเกี่ยวกับเรื่อง รูปพรรณสัณฐาน ลักษณะภายนอก หรือบุคลิก เขาก็จะเค้นว่าอันไหนเป็นลักษณะภายนอก เช่น beauty, pretty อันนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูด แล้วถ้าไม่ดึงดูดเป็นยังไง เราก็ต้องช่วยกันคิดว่ามีอะไรบ้าง เราก็จะได้จำ เพราะเราคิดแล้วก็ค่อยๆ พูดออกมา เขาก็จะถามความเห็นเราอีกที ครูเขาก็จะให้เรา screenshot หน้าจอเอาไว้ ถ้าเรามีเวลาเราก็ควรเอาตรงนี้ไปทบทวน เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเจออีกแน่ๆ !   ครูเขาก็จะมาทบทวนอีก เหมือนเป็นเทคนิคการสอนของเขาที่เขาทำให้เราเข้าใจแล้วจำ แต่ถ้าเรากลัวว่าเราเรียนแล้วเราฟังไม่รู้เรื่อง หรือเราจะพลาดตรงไหน อัดเสียงไว้ก็ดีค่ะ 

คลาสเรียนมีนักเรียนกี่คน ชาติอะไรบ้าง ?

ใน 1 วันจะมีนักเรียนไม่เกิน 6 คนค่ะ รวมครูด้วย นักเรียนก็ประมาณ 4-5 คน มีญี่ปุ่น ไทย รัสเซีย อุซเบกิสถาน ประมาณนี้ค่ะ

อายุของนักเรียนในคลาสเท่าไหร่บ้าง ?

เยอะมากสุดอายุประมาณ 45-48 ปีค่ะ ก็จะมีคนวัยทำงานประมาณ 20 กว่าไม่เกิน 30 แล้วก็อายุ 20 ก็มี ค่อนข้างหลากหลายค่ะ

มีปัญหาอินเตอร์เน็ตหรือการเข้าระบบ Zoom ระหว่างเรียนไหม ?

Zoom ไม่มีปัญหาเลยค่ะ มีปัญหาที่อินเตอร์เน็ตตัวเอง วันแรกที่เรียนดีมาก รู้สึกว่าดีแบบประทับใจมากเลย เพราะวันนั้นเน็ตที่บ้านไม่เป็นไร พอหลังจากนั้นที่บ้านมีปัญหาเรื่องอินเตอร์เน็ตนิดนึง คือมันจะหลุดบ่อย แต่พอซ่อมแล้วก็ไม่มีปัญหา สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะเรียนออนไลน์ก็แนะนำว่าให้เตรียมความพร้อมเรื่องอินเตอร์เน็ตค่ะ คนในคลาสที่เรียนก็มีใช้เป็นมือถือ ใช้เป็นแท็บเล็ท ใช้เป็นคอมพิวเตอร์เรียนค่ะ สไลด์ที่เรียนครูเขาเขียนตัวค่อนข้างใหญ่ ดูในมือถือก็น่าจะมองเห็นค่ะ

เรียนออนไลน์ได้ผลไหม ?

ในความเห็นของพี่หลี เรียนออนไลน์ได้ผลอยู่นะคะ เพราะว่าเรากลับมาเมืองไทย ไม่ว่าเราจะมีพื้นฐานภาษาเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลืม การที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยแล้วเราเรียนออนไลน์ไปด้วย ก็ทำให้เราได้ทบทวน ได้ใช้แล้วก็ได้ฟังทุกวัน เรียนอาทิตย์ละ 5 วันก็ตกสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง เดือนนึงก็ปาไป 20 ชั่วโมง มันต้องได้ผลอยู่แล้ว ในส่วนของคนที่ไม่มีพื้นฐาน ที่นี่เขามีสอบวัดระดับ ดังนั้นเราไม่ต้องกลัวว่าเข้าไปแล้วเราจะตามเขาไม่ทัน ครูเขาก็ช่วยมากๆ การพูดของครู ครูพูดไม่เร็วมาก ฟังง่าย แล้วก็ได้เรื่องของการแสดงออกด้วย

ปกติคนไทยไม่ค่อยกล้าพูด พูดผิด พูดถูกครูก็จะช่วย ถ้าเราออกเสียงผิด อย่างบางคำที่พี่หลีออกเสียงผิดเช่นคำว่า sour ที่แปลว่า เปรี้ยว ปกติพี่หลีพูด ซาว ซาว ตลอด ครูเขาก็แก้ให้ เราก็ได้ในเรื่องของ pronunciation มันเหมือนเป็นการค่อยๆ ปรับตัว เพราะว่าเราเรียนวันละชั่วโมง มันจะต้องได้อะไรใหม่ๆ ทุกวันอยู่แล้ว

ถ้าอยากเรียนแล้วได้ผล ก็ต้องทบทวนจากสไลด์ที่คุณครูสอน เราก็จะจำข้อมูลจากในคลาสได้ เพราะว่าในคลาสเรียนหนึ่งชั่วโมงอาจจะจำแล้วลืมไป การทำการบ้านก็ช่วยได้มาก เพราะการทำการบ้านคือได้ข้อมูลใหม่เพิ่ม และได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเองที่จะต้องทำแบบฝึกหัด ใครที่หมดคอร์สไปแล้วก็ยังเรียนด้วยตัวเองต่อได้อีก 3 เดือน การเรียนแบบนี้ถ้าอุปกรณ์เราพร้อมเราอาจจะอัดเสียงไว้ฟังย้อนหลัง เราก็จะได้ฟังเสียงคุณครู แล้วก็เพื่อพัฒนาทักษะของเราในเรื่องของการฟัง 

จากประสบการณ์ คิดว่าควรเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์นานแค่ไหน ถึงจะได้ผล?

ถ้าสมมติว่าเรียนแล้วอยากจะเห็นพัฒนาการชัดๆ จริงๆ คิดว่าสักสามเดือน สามเดือนเราต้องเรียนสัปดาห์ละ 5 วัน ทุกๆวัน และเราต้องตั้งสติ มีสมาธิ เพราะเราเปิดกล้อง ถ้าเราวอกแวกครูเขาก็รู้ เราต้องตั้งใจกับมัน สามเดือนน่าจะเห็นพัฒนาการเยอะมากเรื่องการพูด เรื่องการฟังเนี่ยน่าจะเยอะมากมาก มากมาก แต่ว่าเรื่องการพูดต้องดีขึ้นแน่นอน แล้วเราก็ได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจากเพื่อนชาติอื่นด้วย

แต่สมมติว่าเรามีเวลาเรียนแค่สั้นๆ 1 อาทิตย์ มันจะทำให้เรามั่นใจในการพูดมากขึ้น เพราะว่าเวลาเราเรียน เราจะรู้เลยว่าเราพูดออกไป ครูชาว Native เขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจ แล้วเราจะได้ปรับตัว เพราะถ้าพูดไปแล้วไม่เข้าใจ ครูเขาจะปรับให้อยู่แล้ว ต้องพยายาม เรียนออนไลน์ให้ได้ผลต้องห้ามอาย ถ้าอายจะทำให้เสียเวลา เพราะเวลานับถอยหลังตลอด ถ้าสมมติว่าเรากล้าพูด ก็จะได้ประโยชน์กับตัวเรา พูดไม่ชัดไม่เป็นไร เพราะเราไม่ใช่เจ้าของภาษา

อีกอย่างนึง วันนี้เราพูดไม่ได้ พูดไม่ชัด แต่ว่าถ้าเข้าห้องเรียนแล้วคือเรากำลังพัฒนาตนเองและเรากำลังจะเก่งขึ้น เราเรียนกับเจ้าของภาษา เรามั่นใจได้แน่นอนว่าภาษาอังกฤษของเราจะพัฒนาไปในทางที่ถูกต้องค่ะ ก็เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนที่อยากจะเรียนภาษาอังกฤษแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ถ้าไปเรียนเมืองนอกแล้วเราไม่สามารถทิ้งชีวิตที่เมืองไทยไปต่างประเทศได้ การเรียนออนไลน์กับ native speaker เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุด เรามั่นใจว่าเรียนกับเขา ยังไงก็ของจริง ไม่มั่ว

ข้อเสียของการเรียนออนไลน์ ?

ถ้าสมมติว่าอินเตอร์เน็ตไม่ดีก็จะทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง มันเรียนที่ไหนก็ได้ก็จริงนะ แต่ถ้าเราติดอยู่ข้างนอกแล้วไม่สามารถหาที่เงียบๆเรียนได้เลย เวลาเรียนก็จะไม่มีสมาธิ แล้วถ้าเราไม่ใช่คนที่มีเป้าหมายหรือมีกำลังใจในการเรียนมากพอ เราอาจจะไม่ได้ตั้งใจเรียน หรือใจจดจ่อกับมัน บางครั้งอาจจะได้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ที่สำคัญคือ อย่าขาดเรียนบ่อย เพราะว่าบางคนก็แบบเรียนออนไลน์ไม่เป็นไร ขาดเรียนได้ มันก็จะทำให้การเรียนไม่สัมฤทธิ์ผล ต้องจริงจังค่ะ

ข้อเสียคือ ถ้าเป็นคนไม่จริงจังอาจจะควบคุมตัวเองได้ยาก แล้วก็จะได้ประโยชน์ไม่เต็มที่ มันต่างจากการเรียนในห้องเรียน เช่น วันนี้ครูสั่งการบ้าน มีพรีเซ้นต์หน้าห้อง เตรียมพรีเซ้นต์ไม่เสร็จ เราก็จะเครียดแล้ว พอไปปุ๊บสถานการณ์เหมือนโดนเอามีดจ่อคอ ยังไงก็ต้องสู้ แต่การเรียนออนไลน์จะชิวกว่า สบายใจกว่า แต่ข้อดีมันคือเราก็รู้สึกแฮปปี้ เพราะเรารู้ว่าชั่วโมงอันยากลำบากของเราวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นเราก็สบายๆ

ได้อะไรจากการ เรียนออนไลน์กับสถาบัน Oxford International บ้าง ?

ได้ความรู้ในส่วนของสำเนียงอังกฤษ เพราะสำเนียงเขาจะต่างกันครูเขาจะมีอธิบาย  ได้เรื่องคำศัพท์ว่าอังกฤษกับอเมริกันมีคำไหนที่ใช้ต่างกันบ้าง แล้วก็ได้ในเรื่องของเพื่อนร่วมคลาส เพราะถ้าตอนไปเรียนที่ฟิลิปปินส์เราจะได้เรียนรู้จากเพื่อนๆ ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น จีน ไต้หวันบ้าง แต่ว่าของสถาบัน Oxford ก็จะเป็นประเทศที่เราไม่เคยเจอ เช่น รัสเซีย อุซเบกิสถาน ตอนที่เขาตอบเราก็ได้ฟังว่าเขาพูดประมาณนี้นะ อย่างเรื่องทัศนคติ ความคิดเห็นก็ไม่เหมือนกัน เพราะว่าคนละชาติกัน มันก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องของความต่าง เพราะถ้าสมมติว่าเราเรียนรู้อะไรที่ซ้ำๆ เดิมๆ บ่อยๆ มันก็จะไม่ค่อยพัฒนา พอมาเจอความต่างแบบนี้ ก็รู้สึกเหมือนเปิดโลกทัศน์มากขึ้น

ในส่วนของระดับภาษา ตอนที่มาจับกลุ่มเรียนของคลาสนี้คือไม่ต่างกันมาก แต่ว่าก็มีคนเก่งกว่าเราก็คือข้อดี มีคนนึงที่เก่งกว่ามากๆ เลย วันนั้นเขามาทดลองเรียน เราก็รู้สึกว่า ดี แล้วก็ได้แรงบันดาลใจ เพราะว่าตอนที่ไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่นักเรียนจะเลเวลน้อยกว่าเรา คนที่สูงกว่าเราก็มีแต่มีไม่กี่คน ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า เราได้เรียนรู้จากคนอื่นบ้างไม่เท่าไหร่ แต่พอมาได้เรียนแบบนี้ปุ๊บ เราก็เลยรู้สึกว่าเราได้เรียนรู้มากขึ้นเพราะมีคนอื่นที่เก่งกว่าเรา แต่ว่าก็ไม่ได้ต่างกันมากขนาดคุยหัวข้อเดียวกันไม่รู้เรื่องค่ะ

คิดว่าเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้ผล ?

อย่างน้อยฟังเยอะๆ ค่ะ เพราะว่าปัญหาแรก คือ เราไม่รู้จะพูดให้ถูกได้ยังไง แล้วถ้ายิ่งไม่มีไอเดียในการพูดด้วย อันนี้หนักเลย ดังนั้นการที่เราจะได้เรียนรู้เรื่องภาษา ได้ไอเดียในเรื่องของความคิด ก็อาจจะฟังเยอะๆ นอกเวลาเรียนก็อาจจะหาพวกฟังคลิปสอนภาษาอังกฤษ หรือคลิปที่คุยในหัวข้อต่างๆ มาฟัง เช่น TED Talks หรืออะไรก็ได้ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าในโลกของภาษาอังกฤษ นอกจากตำรา นอกจากบทเรียน มันยังมีอะไรอีกเยอะมากๆ ที่เราจะต้องเรียนรู้ เพื่อที่เอาความรู้เหล่านั้นมาประกอบ มาเป็นความรู้ภาษาอังกฤษของเราค่ะ

สุดท้าย รู้จักก้อปันกันได้ยังไง ?

รู้จักทางอินเตอร์เน็ตค่ะ ไม่ได้มีใครแนะนำ แต่ว่าดูจากรีวิว แล้วก็มีความน่าเชื่อถือ เพราะว่าเราจะต้องไปเรียนที่เมืองนอก ไปแล้วไม่อยากโดนเท ?  ดูแล้ว ก้อปันกันก็คงไม่เท แล้วก็ไม่เทจริงๆ

photo credits: ภาวิหลิน (Pavielin)

รูปประกอบเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *